Profil för Y!nGyO~ja~Q๐* Y i n G Y o.. K i n...FotonBloggListorMer ![]() | Hjälp |
~Q๐* Y i n G Y o.. K i n G D o M *๐Q~...wบlพื่Oลา...มาlพื่Oจาn...รักlพื่Owราก...จากlพื่Oจำ... den 20 juli วันหยุด...สุดหรรษา >O<
ALoHa~EveRy One (>O<)/
โอ้...ว้าว!!!! space เปลี่ยนโฉมใหม่อีกแล้ว เพิ่มลูกเล่นมากขึ้นแบบนี้ แล้วจะให้เราเปลี่ยนใจไปอัพไดที่อื่นถาวรได้อย่างไรล่ะเนาะ ^^ yingyo หายไปอีกพักใหญ่ละ...พอดีว่าเพิ่งทำงานครั้งแรกน่ะ อะไรๆ มันเลยยังงงๆ สับสนกะชีวิตอยู่ =__= งานที่ทำอยู่มันคนละเรื่องกะที่เรียนมาเลยง่ะ...ไม่ให้งงได้ไง -*- ไอ้งานที่อยากทำ เขาก็ดันติดต่อมาหลังจากที่เราเพิ่งเซนต์สัญญาว่าจ้างไปด้วย ชวดอีกแล้วสิครับ เซงเป็ดโคดๆ =[]=
เมื่อเร็วๆ นี้มีโอกาสได้พบปะสังสรรค์กะเพื่อนๆ ที่มหาลัย หลังจากไม่ได้เจอกันนานมาก แต่ละคนก็แยกย้ายไปทำในสิ่งที่อยากทำ หรือทำในสิ่งที่ต้องทำเหมือนเรานั่นแหละ แต่บางคนก็ยังเรียนอยู่เลย สู้ๆ นะเพื่อน เอาให้จบเฟ้ย >O< ทีแรกไม่คิดว่าจะมากันครบ เพราะเราเรียกรวมตัวกระทันหัน แต่ไปๆ มาๆ พอทุกคนรู้ว่าเปงเราที่รีเควส พวกมันก็จัดให้โดยด่วน น่ารักมากมายเพื่อนช้าน 5555+ แต่จะไม่น่ารักก็ตรงที่ชอบแอบผสมเหล้าลงในแก้วโค้กเรานี่แหละ -*- เออ...จะว่าไป เหล้าปั่นก็อร่อยดีนะ อิอิ ไว้โอกาสหน้าต้องชวนพวกไอ้โอ๋ ไอ้ผึ้ง ไปแดนซ์กันมั่งละ 55+
ส่วนงานเขียน...หยุดพักไปยาวเลยอ่ะ แบบว่างานยุ่งจนไม่ได้แตะนิยายเลย แงๆๆๆ อยากเขียนจะตาย แต่พอกลับมาบ้านมันก็เหนื่อยจนไม่อยากทำอะไรแล้ว วันหยุดเป็นอะไรที่โคดดีใจเลย ได้นอนตื่นสาย อยากทำอะไรก็ทำ แต่สิ่งเดียวที่ไม่ได้ทำคือ...ปั่นนิยาย =[]= นั่นดิ...วันหยุดแล้วทำไมไม่เขียน ? อยากจะบอกว่าไม่รู้เหมือนกัน...เหมือนกับว่ามันไม่มีอารมณ์ง่ะ เห็นเพื่อนๆ นักเขียนได้ออกผลงานใหม่ วางแผงก็รู้สึกอยากมีหนังสือตัวเองมั่งนะ แต่ถ้าตูยังเข้เกียจแบบเน้...มันจะคืบหน้ามั้ยนิ -*-
ขี้เกียจอัพแล้ว...(น่าน~ไม่ทันไร มันก็ขี้เกียจขึ้นมาแระ) ไว้มาอัพใหม่วันหลังดีก่า บับบาย ทุกคน >O< อาดิโอส!!!
den 27 juni เริ่มงานวันแรก & ออก TV ตอนขึ้นอืด!วันนี้เป็นวันแรกของการเริ่มทำงาน....
จริงๆ แล้วยังไม่ได้ทำอะไรมากมายนักหรอก เพราะว่ายังต้องเรียนรู้งานจากคนเก่าอยู่
มิหนำซ้ำ...ยังทำแค่ครึ่งวันอีกต่างหาก...แต่ป่าวโดดงานนะ >__<"
เพราะช่วงบ่ายมีนัดให้สัมภาษณ์กับทาง ITV เอ้ย! ไม่ดิ...เค้าเปลี่ยนเป็น TITV แว้วนิหว่า
ก้อสัมภาษณ์เกี่ยวกับการเป็นนักเขียนอีกนั่นแหละ...คำถามต่างจากเดิมนิดหน่อย
ดูเป็นทางการนิสนึง...สถานที่ถ่ายทำก้อคือ...ห้องประชุมของ สำนักพิมพ์นั่นแหละ 555+
ไปกันแค่สองคนกับแจน (white cream) อีกแล้ว ?
คราวก่อนลงนิตยสารก็กับแจน สงสัยเราจะขายกันเป็นแพ็คเกจแล้วมั้งเนี่ย อิอิ~
ความจิงไม่ค่อยอยากถ่ายออก TV เท่าไหร่อ่ะ...เข็ดจากตอนที่ไปออกรายการ เกมส์วัดดวง
แมร่ง~อืดเต็มจอ แถมดำราศีหมอง จนตัวเองยังรับมั่ยดั้ยยย!!! >O<
รอบนี้ไม่รู้จะออกมายังไง...เอาวุ้ย! รอลุ้นดูกันวันเสาร์นี้ละกัน ยังไงก็ขอให้อย่าดำ+อ้วนก็พอ 55+
กลับมาบ่นเรื่องงานกันต่อ =___=!
ถึงแม้จะลาครึ่งวันแต่หัวหน้าก็ยังใจดีให้การบ้าน กลับมาทำโดยการมอบแฟ้มเอกสารรายละเอียดงานมาให้อ่าน
และต้องจำ+ทำให้ได้ตามนั้นด้วย แต่นี่มันยังแค่จิ๊บๆ เพราะของจริงน่ะ เริ่มวันพรุ่งเน้!!!
ฮืออ~ คนเก่า(ที่สอนงานอยู่ตอนนี้) ทำ 3 เดือนก็ลาออกจะไปเรียนต่อนอก
ส่วนคนที่มาสมัครก่อนหน้าเรา ทดลองงานแค่ 3 วันก็เผ่นหนี ?!
แต่ตอนสัมภาษณ์รอบสองน่ะ เราก็รู้รายละเอียดงานคร่าวๆ แล้วนะ ว่างานมันเยอะขนาดไหน
เหลือแค่ทดลองทำจริง...ว่ามันโหดสมกับคำร่ำลือกันรึเปล่า =[]=
ให้ตายเหอะจอร์ช! ถ้าเกิดตูทนไม่ไหว ชิ่งหนี 3 วันแรกเหมือนพวกนั้นจะทำไงฟระ ???
แต่มันคงเป็นไปไม่ได้แล้วล่ะ เพราะพรุ่งนี้จะโดนจับเซนต์สัญญาว่าจ้างแล้วนี่ดิ TT_TT
อ้อ...ตำแหน่งที่ทำก็สาย Marketing เลยล่ะ คนละเรื่องกะที่จบมาอีก เง้อ~
แต่หัวหน้าเป็นคนสัมภาษณ์เองรอบสอง แถมคุยกันนานเกือบ 2 ชั่วโมง นี่สัมภาษณ์หรอเนี่ย =[]=
พี่เค้าก็เป็นคนพูดตรงๆ ดี บางทีรู้สึกนิสัยเราจะคล้ายกันบางอย่างด้วยซ้ำไปนะ หุๆ
เพราะความถูกชะตากัน เลยทำให้พี่เค้าสัมภาษณ์เรานานกว่าคนอื่น ที่เคยสัมภาษณ์มา
และทำให้เราตกหลุม..เอ้ย! ตกลงปลงใจรับทำงาน ตำแหน่งนี้กับพี่เค้า
อย่างน้อยๆ เราก็รู้แล้วว่า หัวหน้างานของเรานิสัยเป็นยังไง ไม่ต้องไปลุ้นว่าจะเข้ากันได้มั้ยทีหลัง
แต่ก้อไม่แน่เนาะ...ถูกชะตาตอนแรก แต่นานไปอาจเหม็นขี้หน้ากันเองก็ได้ ใครจะไปตรัสรู้ ?
****
ไม่ได้แตะนิยายเลยอ่า...เกมส์ก้อต้องอำลา วงการ เพื่อนๆ ทั้งหลาย YinGyO ขอลาก่อน
เจอกันใหม่เมื่อมีเรื่องอยากบ่น อาดิโอส~!!!
Ps. ฝากข่าวสารถึง "กอร์นคุง" เราเข้าไปดูเว็บตามที่โพสบอกไว้แล้วนะคะ แต่ว่ามันเม้นต์ไม่ได้นิ ถ้าไม่ได้เป็นสมาชิกอ่ะ?
ฝากข่าวสารถึง "เพื่อนๆ UTCC & St." คิดถึงพวกแกเสมอ และขอให้ได้งานกันทุกคนเน้อ (^O^)/
ฝากข่าวสารถึง "ทุกๆ คน" อาจไม่ได้แวะเวียนไปหาสักเท่าไหร่นะงับ แต่ว่างมะไหร่จะไปทักทายแน่นอน >_<
den 7 juni ยังเป็นคนรักของเธออยู่รึเปล่า ???ได้ เจอ เหมือนเดิมทุกวัน
ทำใมนะตัวฉัน รู้สึกเธอห่างเหิน สาย ตา เย็นชาเหลือเกิน ไม่เป็นเหมือนก่อนนี้ ที่เคยดีกับฉัน เห็นน้ำใสๆไหมที่ตา ขอถามให้รู้เพราะมันคาที่ใจ ยังเป็นดอกไม้ของเธออยู่หรือเปล่า (บอกกันสักหน่อย) รักแล้วทำใมปล่อยเอาไว้ให้น้อยใจ ยังเป็นคนรักของเธออยู่หรือเปล่า (เริ่มไม่มั่นใจ) รักแล้วดูแลหน่อยได้ไหม ช้ำจะตายอยู่แล้วเธอ ไม่ เจอ แต่มีข้อความ ส่งมาให้กับฉัน แค่วันละหนึ่งครั้ง เหมือนมัน ยังจะดีกว่า มาเจอแล้วทำเหมือน อย่างกับไม่มีฉัน เห็นน้ำใสๆไหมที่ตา ขอถามให้รู้เพราะมันคาที่ใจ ยังเป็นดอกไม้ของเธออยู่หรือเปล่า (บอกกันสักหน่อย) รักแล้วทำใมปล่อยเอาไว้ให้น้อยใจ ยังเป็นคนรักของเธออยู่หรือเปล่า (เริ่มไม่มั่นใจ) รักแล้วดูแลหน่อยได้ไหม ช้ำจะตายอยู่แล้วเธอ ยังเป็นดอกไม้ของเธออยู่หรือเปล่า (บอกกันสักหน่อย) รักแล้วทำใมปล่อยเอาไว้ให้น้อยใจ ยังเป็นคนรักของเธออยู่หรือเปล่า (เริ่มไม่มั่นใจ) รักแล้วดูแลหน่อยได้ไหม ช้ำจะตายอยู่แล้วเธอ รักแล้วทำใมปล่อยเอาไว้ให้น้อยใจ ยังเป็นคนรักของเธออยู่หรือเปล่า (เริ่มไม่มั่นใจ) รักแล้วดูแลหน่อยได้ไหม ช้ำจะตายอยู่แล้วเธอ ********** **เพลง: ยังเป็นดอกไม้ของเธออยู่รึเปล่า**
~Edit~
กลับมา up blog อีกแล้ว...5555+ เนื่องจากว่า...มีเรื่องอยากบอกเพื่อน ๆ เลยมาทำการอีดิท อย่างแรกเลยนะ.....ขอแก้ข่าวค้าบ!!!! กระผมมิได้ "อกหัก" หรือว่า "รักคุด" แต่อย่างใด =[]= เนื้อหาบล็อคในคราวที่แล้ว ที่มันดูซึมเศร้า เหงา ง่วง พิกล ก็เพราะว่า... เผอิญมีเหตุจำเป็นบางประการ ทำให้ต้องไปเผชิญหน้ากะแฟนเก่า แล้วเค้ายังบอกว่า...เอิ่มม...รู้สึกกะเราเหมือนเดิม แม้ว่าตอนนี้จะคบใครอยู่ก็ตาม =___=; เราฟังแล้วรู้สึกว่ามันไม่แฟร์กะคนปัจจุบันที่เค้ากะลังคบอยู่เลยมาเขียนเรื่อง "รักแรก" เวลาเขียน blog แต่ละครั้ง เรามักจะเขียนสด ในหัวคิดยังไงอยู่ก็พิมพ์ไปโลด~ แล้วไม่รู้เปงไง...ถ้าเกี่ยวกะความรักทีไร ชอบออกไปแนวเศร้ามากกว่า สุข แหะ ??? แม้แต่นิยายที่แต่งมันยังจบเศร้าถึง 2 เรื่องเลยอ่า (เง้อ~) **และขอประกาศ ณ ที่นี่เลยว่า...รักแรกของเราคือซาลาเปาไส้ปลาหมึก 555+
ประการที่ 2 จะมาบอกข่าวจ้า ^___^ เราได้ลงสัมภาษณ์ในนิตยสาร SEVENTEEN ฉบับเดือน มิถุนายน 2550 นี้นะค้าบ!! อยากรู้ว่าเราให้สัมภาษณ์ว่าไงบ้าง....ก็ไปหาซื้อมาอ่านจิคะ อิอิ =^w^= นิตยสารยังหาซื้อได้ ถึงจะเลยเดือนนี้ไปแล้วก็เหอะ แต่หนังสือพิมพ์เนี่ยสิ... มีนักอ่านหลายคนบ่นว่าซื้อไม่ทันที่เราเคยได้ลงสัมภาษณ์ อยากจะบอกว่า...คำถามมันวนเวียนไปไหนไม่ไกลกันเลยจ้ะ -__-" เวลาโดนสัมภาษณ์ทีไร ไม่พ้นคำถามยอดฮิต อย่างเช่น... ที่มาของนามปากกา ? แรงบันดาลใจในการแต่งเรื่องนี้มาจากไหน ? คิดว่าตนเองประสบความสำเร็จแล้วรึยัง ? เครียดมั้ยที่เป็นข่าวมือที่สามของพี่โดม กับพลอย ? (เย้ย~!! อันหลังนี้ไม่ใช่ละ 5555+) บลา ๆๆๆ ฯลฯ
den 4 juni FirsT LoVe~*![]() เคยได้ยินมาว่า...."รักครั้งแรก" มักจะผิดหวัง
และเราก็เห็นด้วยกับความคิดนั้น...จนถึงกับเคยเอาคำๆ นี้ไปเขียนในนิยายตัวเองด้วยซ้ำ
ชีวิตคนเราเกิดมาใช้เวลาในการเรียนรู้โลกใบนี้ตั้งหลายสิบปี
แต่กลับใช้เวลาในการแสวงหาความสุขให้กับตัวเอง ได้เพียงแค่นิดเดียว
กับคนบางคน....ที่ผ่านมาเจอ และได้รู้จักกันในช่วงระยะเวลาหนึ่ง
กลับทำให้เราได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่าง ทำให้มีช่วงเวลาที่ดีจนยากที่จะลืมลง
แต่ในขณะเดียวกัน...เค้าก็สามารถทำให้เรา เปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเองได้อย่างไม่น่าเชื่อ
หากมันเป็นความทรงจำร้ายๆ ....จุดหักเหอาจไปในทางที่แย่ลง
หากมันเป็นความทรงจำที่ดี ... มักจะมีรอยยิ้มเบื้องหลังม่านน้ำตาเสมอ
เพราะไม่ว่าเมื่อไหร่ที่คิดถึงเรื่องในอดีต...ความทรงจำที่ดี มันจะทำให้เรารู้สึกอบอุ่นและยิ้มได้อีกครั้ง
"รักครั้งแรก" ที่มักจะจบลงด้วยน้ำตา และความรู้สึกโหยหา อยากย้อนเวลากลับไปแก้ไขให้มันดีอีกครั้ง
แต่เส้นทางชีวิตของแต่ละคน มันไม่อาจจะย้อนกลับมาบรรจบกันได้อีกครั้ง
น้อยคนนักที่เส้นทางอันทอดยาวจะเบนกลับเข้ามาบรรจบ จนเป็นทางเดียวกันได้อีกเป็นครั้งที่สอง
เพราะยิ่งเราปล่อย ความรัก ในอดีตให้ลอยผ่านไปตามกาลเวลา
ในไม่ช้าความเหงาก็จะทำให้เราดิ้นรนหา ความรัก ความอบอุ่น จากใครคนใหม่
และความรู้สึกดีๆ ที่เคยผ่านมา...ความเจ็บช้ำที่เคยทรมานแสนสาหัส
มันก็จะเหลือเพียงแค่เคยรู้สึก...และไม่สำคัญต่อการดำรงชีวิตของเราในวันนี้อีกต่อไป
มันคงจะไม่เป็นไรหรอก...หากเบื้องบนไม่ได้คิดจะกลั่นแกล้ง
ขีดเส้นทางในอนาคตให้ คนเคยรัก ได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง
แม้ว่าในตอนนั้นต่างคนต่างมีใครอยู่เคียงข้างแล้วก็ตาม
แต่มันไม่อาจห้ามภาพความทรงจำครั้งเก่า และความรู้สึกดีๆ ที่เคยมีให้กันได้หรอก
ถึงแม้จะได้กลับมาพบกันอีกครั้งก็ตาม...
สิ่งที่เราจะทำให้กันได้ก็คงมีเพียงรอยยิ้ม...และคำทักทายอย่างเพื่อนเก่า...เท่านั้น
ไม่ว่าความต้องการภายในใจจะอาลัยอาวรณ์...อยากเรียกร้องความรู้สึกครั้งก่อนกลับคืนมาแค่ไหน
เราก็ไม่ควรปล่อยตัวเองให้ไหลไปกับอารมณ์โหยหา...ไม่เช่นนั้น...
คนที่คุณเคยบอกว่า "รัก" เค้าในวันนี้ คงมีค่าไม่ต่างอะไรจาก เพื่อนแก้เหงา ในวันที่คุณเศร้านั่นเอง
ไม่ว่าในวันนี้ รักที่แท้จริง ของคุณจะเป็นใครก็ตาม
คุณควรเก็บความรู้สึกนั้นไว้ในส่วนที่ลึกที่สุดของหัวใจ...
อย่าได้ปล่อยให้มันออกมาทำร้ายความรู้สึกคนข้างๆ คุณในตอนนี้ได้เป็นอันขาด
ไม่ว่ากับคนปัจจุบันคุณจะให้ค่าความสำคัญกับเค้าสักกี่เปอร์เซนต์ก็ตาม
แต่อย่างน้อยมันย่อมมี ความรัก ความผูกพัน ออกมาจากใจจริงของคุณด้วยแน่นอน
ถึงแม้ว่า รักครั้งใหม่ ไม่อาจเทียบเท่ากับ รักครั้งเก่า
แต่อย่าลืม...ว่า ณ ตอนนี้ คนๆ นี้ไม่ใช่หรือที่ยืนอยู่เคียงข้างคุณมาโดยตลอด
คนที่คุณควรจะแคร์ความรู้สึก คือคนปัจจุบันคนนี้ต่างหาก
ไม่ใช่คนเก่า...ที่กลายเป็นอดีตเมื่อนานมาแล้วคนนั้น
การได้กลับมาเจอกันอีกครั้งของเรา....มันทำให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
ฉันรู้.....ว่าเธอไม่เคยลืมเรื่องระหว่างเราเลยสักครั้ง
แต่การเจอกันในครั้งนี้ของเรา...มันไม่ใช่เรื่องน่าดีใจนักหรอก
ถึงแม้ฉันจะอยากคุยกับเธอ....แต่มันคงทำให้เธอเจ็บกับแผลเก่าในใจอีกครั้ง
ถึงฉันจะให้อภัยกับความผิดที่เธอเคยทำ....แต่เธอคงไม่อาจอภัยให้ฉันได้ง่ายๆ สินะ
แต่ไม่ว่ายังไงก็ตาม...ฉันคงต้องขอบคุณเธอจริงๆ ที่เคยทำสิ่งดีๆ ให้แก่กัน
ขอบคุณ....ที่เธอบอกว่ายังรักฉันอยู่ แม้เรื่องมันจะผ่านมา 3 ปีแล้วก็ตาม
ขอบคุณ....ที่ยังจดจำเรื่องราวของฉันได้เสมอ
ขอบคุณ....ที่ครั้งหนึ่งเราเคยได้ร่วมทางเดินสายเดียวกัน แม้มันจะเป็นเพียงระยะสั้นๆ ก็ตาม
ขอบคุณ....ที่เห็นค่าของผุ้หญิงนิสัยไม่ดีอย่างฉัน
ขอบคุณ....กับภาพความทรงจำดีๆ ที่เราเคยยิ้ม เคยหัวเราะให้กัน
และขอบคุณ....ที่เธอทำให้ฉันได้รู้จักกับคนๆ นึง ซึ่งสอนให้ฉันรู้จักกับคำว่า "รัก" มันเป็นยังไง
สิ่งเดียวที่ฉันอยากขอโทษ...แต่ไม่เคยมีโอกาสได้บอกกับเธอเลย
...ขอโทษที่ไม่สามารถรักเธอได้เท่ากับที่เธอรักฉัน...
...แต่ขอยืนยันว่าฉันจะไม่มีวันลืมเธอแน่นอน...
den 17 maj หงุดหงิดปนเศร้า (อารมณ์ไหนแน่ฟระ?)![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() จะมีบ้างไหมสักคืน...ที่อาจมีใครสักคนเค้าเฝ้ามองเราห่างๆ.. ผ่านดวงดาวแสนไกล
ให้ดาวส่องแสงถึงเรา เพื่อบอกกับเราว่าเค้าห่วงใย เค้าขอเป็นกำลังใจ...จากขอบฟ้าไกลตา
เค้ารู้มั้ยเราเหนื่อยล้า..ท้อแท้..หัวใจสับสน..เค้ารู้รึเปล่าเราต้องการคนปลอบใจ
อยากอ้อนวอนดวงดาว บอกเล่าความเป็นไป ว่าคนทางนี้..ต้องการแต่ตความรัก
อยากขอให้ดวงดาว ส่งรักที่จริงใจ จากฟากฟ้าที่แสนไกล มาให้ที
...ช่วยส่งคนรักที่แสนดี...มาให้เรา...
![]() ทำไมตูอ้วนจังฟระ =[]=!!!
แย่จัง...นอนดึกแบบนี้หลายคืนติด จนจะเริ่มชินแล้วนะเนี่ย -*-
ความจริงก็เริ่มง่วงแล้วอ่ะนะ แต่...กรูมานั่งอัพไดทำแป๊ะอาไรฟระ ???
สงสัยจะว่างจัดหรือไม่ก็จิตตก นิยง นิยายไม่พิมพ์อ่ะ เอาแต่ทำบ้าอะไรไม่รู้
พล็อตเรื่องคิดได้เยอะแยะ แต่ดันขี้เกียจพิมพ์ยาวๆ อีกซะงั้น ?!
สรุปวินิจฉัยโรค : เป็นโรคขี้เกียจแทรกซึมซ้ำซ้อนนั่นเอง =[]=!!
ฝนก็ตกได้ทุกคืน & ทุกวัน จนแทบไม่ได้ออกไปไหนละ
แต่เสาร์+อาทิตย์ ไปลงเรียนภาษาญี่ปุ่นไว้แล้ว เริ่มเรียนเสาร์นี้แล้วด้วย
แมร่ง...เรียนมาตั้งนานจนสปีคกะคนญี่ปุ่นได้ พอเข้ามหาลัย 4 ปี ไม่ได้ใช้
รู้ตัวอีกที..ลืมหมดสิ้นจนสมองกลวงโบ๋ T___T
สุดท้ายต้องลงเรียนรื้อฟื้นใหม่หมด ตั้งแต่เริ่มผสมคำ และจำศัพท์ อนาถจิตเจงๆ วุ้ย!
![]() วันนี้ไปสยามเพื่อเจอกับเพื่อนเก่าสมัยเรียนอยู่ ST.
สุ (เมียรัก) เบลล์ (อึ๋ม) ไอ้เปา (มู๋ตาหยี) ไอ้แมน (ไอ้ตี๋สู้ชีวิต)
ขนาดนัดกระทันหันกันมะคืน...แต่พวกมันยังอุตส่าห์รวมพล มาหากันได้อีก
ไม่ได้เจอกันนานโคดๆ ไอ้เปาเอาของฝากจากไต้หวันมาให้ด้วย (กุเอาไปวางไว้ไหนแล้ววะ?)
พอเจอกันก็เม้าท์แตก และประเด็นท้อปฮิตก็คือ...พวกมันอยากเห็นหน้า "คนๆ นึง"
ไม่รุ้ทำไมอยากเห็นกันนักหนา ไม่ใช่ของโชว์ตามงานวัดสักหน่อย =__=
แต่การที่ได้พูดคุยกับเพื่อนเก่าที่สนิท มันทำให้รู้สึกดีขึ้นนะ
แม้พวกเราจะไม่ค่อยได้ติดต่อกันบ่อย แต่พอนัดเจอก็มารวมตัวกันทุกครั้ง
และถึงจะห่างไป เพราะต่างคนต่างมีธุระ หน้าที่ของตนเอง
แต่พอกลับมาเจอกันอีกครั้ง พวกเราก็ยังคุยกันได้สนิทใจเหมือนเดิม
มิตรภาพมันไม่เปราะบางแบบนี้แหละ...เราถึงได้รักเพื่อนมาก
แต่ทำไมความรักมันกลับเปราะบาง ต้องคอยเฝ้าระวังไม่ให้มันบุบสลาย หรือแตกไปซะก่อน
ทั้งๆ ที่ความรัก มันคือการที่ คนๆ นึงทุ่มเท ดูแลให้กับคนที่รักมากเป็นพิเศษกว่าใคร
แล้วทำไมมันกลับดูแล รักษายากกว่า มิตรภาพที่ไม่ต้องดูแลอะไรมากมายนั่นล่ะ ?
คำถามนี้เราเคยคิดหลายครั้งแล้ว...แต่จนบัดนี้ก็ยังให้คำตอบตัวเองที่แน่ชัดไม่ได้เลย
![]() วันเวลาผ่านไปรวดเร็วมาก...จนบางครั้งรู้สึกกลัว
กลัวว่าความสุขที่มีอยู่ในตอนนี้ ใกล้จะหมดเวลาของมันมากขึ้นทุกที
แต่หากวันน่าเศร้าแบบนั้นมาถึงจริง...ก็ไม่เป็นไรหรอก
ยังไงชีวิตของคนเราก็ต้องดำเนินต่อไปอยู่ดี
ต่อให้ผ่านเรื่องเจ็บปวด แสนสาหัสขนาดไหนก็ตาม
แต่เราจะทำวันนี้...วันที่ยังมีกันและกันอยู่ให้ดีที่สุด
เพื่อที่ว่าในวันที่เรากลัวมันมาถึง...เรายังมีความทรงจำดีๆ เก็บไว้
และนึกถึงเมื่อไหร่ ก็ยังรู้สึกถึงความสุขในวันนั้นได้พร้อมกับรอยยิ้ม
จากกันถึงมีน้ำตาก็ไม่เป็นไร...ขอแค่จริงใจต่อความรู้สึกของตัวเองก็พอ
อย่าโกหกหรือหลอกตัวเองอีกเลย..หากสิ่งที่รู้สึกมันไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
หากวันไหนบังเอิญ โลกหมุนเราสองคนให้กลับมาเจอกันอีก
เราจะได้ยิ้มให้กันได้อย่างจริงใจ โดยไม่ต้องรู้สึกผิดต่อกันในเรื่องอดีตไงล่ะ
( ^________^ )
![]() Ps. ใครที่เคยหลงเข้ามา Blog นี้แล้วไม่เห็นมีเขียนอะไรเลย ไม่ต้องแปลกใจนะ
เพราะว่าอยู่ๆ มันก็หายเองได้ซะงั้น ????
นี่เราเพิ่งแก้ไข ให้มันกลับมาได้ แต่...ไม่สามารถทำให้เป็นสีดำแบบเดิมได้ -__-*
นั่งงงปนหงุดหงิดอยู่กับ Space ที่นับวันระบบยิ่งเน่า อยู่นาน กว่าจะทำได้!!!
นี่ถ้ามันหายไปอีกรอบละก็นะ...เลิกทำแมร่งเลย!
den 16 april Ma~HoliDay =^w^=![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ...และแล้วก็ผ่านพ้นไปกับงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ...
![]() เรามีคิวไปแจกลายเซนต์วันที่ 2, 4, 7 เมษา
งานปีนี้ยังคงคนเยอะเหมือนเดิม ที่เพิ่มเติมก็คือหนังสือเล่มที่ 3 ในชีวิตของเราเพิ่งคลอดไง 55+
ตื่นเต้นเหมือนเช่นทุกครั้งที่หนังสือตัวเองเพิ่งวางแผง รู้สึกเข้าใจคุณแม่เวลาคลอดลูกแล้วสิ
ว่าตั้งตารอคอยที่อยากจะเห็นน้ำหน้าลูกของตัวเองขนาดไหน (เกี่ยวกันมะ -..-)
มันออกมาเลทกว่าวันนึงแหละ...แต่เราก็โทรเช็คกับทาง สนพ. แล้วว่ามาวันไหนชัวร์
เพราะจะไปซื้อเอาฤกษ์ เอาชัยไว้ก่อนไง 5555+
วันที่ 1 หนังสือมาตอนบ่ายๆ เราก็แวะไปซื้อตอนเย็นๆ 6 โมงอ่ะ
ไปถึงบูธเห็นคนมุงเยอะมาก โอ้ว~พระเจ้าจอร์จ คนหรือนี่ ทำไมมันเยอะเยี่ยงนี้ O_o!!!
อย่างว่าอ่ะนะ วันแรกๆ คนย่อมเยอะเป็นธรรมดา แต่พอเราโผล่หน้าไปที่บูธ
ทักเพื่อนๆ นักเขียนที่มีคิวแจกลายเซนต์วันนี้ มันก็ดันทำดีด้วยการประกาศต่อหน้าประชาชีว่า
"ขณะนี้ อคิราห์ มาที่บูธแล้วนะคะ เชิญขอเลายเซนต์ได้ค่า!"
คนก็หันมาพรึ่บ ณ ตำแหน่งที่เรายืนทันที เง้อ~
แล้วก็มีเด็กยื่นหนังสือ "ร้ายอย่างเธอต้องเจออย่างฉันเล่ม 1+2" มาให้เซนต์
โห...มีการเซนต์ให้นอกรอบด้วยอ่ะ =[]="
ด้วยความเขิล เราก็รีบๆ เซนต์ให้แล้วพี่สาวก็มาสะกิดที่หลังพอดี พร้อมกับชวนไปคุยเรื่องงานใหญ่
เราก็ไปและสรุปว่าหนังสือไม่ต้องซื้อคับ...พี่สาวเบิกมาให้ก่อน น่าร๊ากกมาก >__<
เหล่านักเขียนก็เฮละโล กันไปที่ห้องอาหารเรโทร (เขียนไงฟะ ?) ที่มันอยู่ในศูนย์สิริกิติ์นั่นแหละ
ที่มันไฮโซๆ และแพงสุดในนั้นแล้วนั่นแหละ =_=
งานนี้สนพ. ทุ่มทุนสร้างมากมาย เลี้ยงนักเขียนเป็นอย่างดีค่ะ 555+
ไอ้เราไปถึงไม่ทันได้ทำอะไรให้เป็นประโยชน์สมกับที่เค้าเลี้ยงข้าวเล้ยย
ไปถึงก็ได้กินซะง้าน...แถมกินได้น้อยมาก เพราะยังอิ่มมาอยู่ เหอ ๆ
แล้วก็คุยเรื่องรายละเอียดวันงานที่ 7 Evil Love By Z-Girl
คุยจบก็รีบจรลีกลับบ้าน เพราะมีคนรอไปส่งอยู่ (รู้สึกว่าปล่อยให้รอเปงชั่วโมงอ่ะ =[]=)
พอมาถึงวันที่ 2+4 เราก็ต้องมาอีกแระ...แต่คราวนี้มาแจกลายเซนต์
งานครั้งนี้ไม่ค่อยได้เก็บภาพสักเท่าไหร่อ่ะ เริ่มชาชินกันแล้วไง 555+
มีถ่ายมาน้อยมากอ่ะ แบบว่าเซนต์กะกินอย่างเดวคับงานนี้ -.,-
![]() ผมไปหั่นให้มันบางลงอีกแล้ว...นี่ตูเปงโรคจิต ว่างไม่ได้ต้องตัดผมใช่มะเนี่ย =_=
พอมาถึงงานวันที่ 7 เราก็เตรียมตัวไปตั้งแต่ 10 โมงเช้า (แต่พี่สาวนัดไว้ 9 โมง กร๊ากๆ)
พอไปถึงก็หอบข้าวของ ทั้งกระเป๋าใบใหญ่และกระเป๋าสะพาย พะรุงพะรังเอาไปฝากพี่ๆ ทีมงานไว้
จนพี่เค้าแซวว่า "น้องโย๊ะ จะหนีออกจากบ้านหรอ ?"
เหอ ๆ ไม่ใช่ก็ใกล้เคียงละคับเพ่...ไอ้ที่หอบมานั่นน่ะ หนังสือเตรียมแลกทั้งน้านน~ 55+
พวกนักเขียนจะมีโครงการแลกเปลี่ยนหนังสือกันไง และก็มีหลานคนที่นัดกันเอาไว้ด้วยสิ
รวมทั้งเอามาเพื่อ ๆ สำหรับคนที่เพิ่งเคยรุ้จักกันด้วย มันเลยเยอะโคดๆ =[]=
เออ...หน้าปกรอบนี้ มีแต่คนชมว่าสีสวย ได้ใจดีนะไอ้จิ๋ง..แต่ว่าคนก็ติกันว่า ตัวละครเล่มแรก สวยกว่า
และอีกหลายๆ คนที่งงๆ ว่ามันคือเรื่องเดียวกันหรอคะพี่ ???
-___________-"
![]() ภาพหมู่ในงาน Evil Love By Z-Girl วันที่ 7 เมษายน 2550
ช่วงเช้างานจะจัดสำหรับแฟนคลับแนว แฟนตาซี จนถึงเที่ยง
พอเที่ยงปุ๊บพวกทีมงานก็จะกันคนออกไปจากห้อง meeting Room 2 เพื่อเตรียมเซ้ทฉาก
ของงาน Evil Love ในช่วงบ่าย (ซึ่งเป็นงานของพวกเรานั่นเอง)
ฉากได้ใจมากอ่ะ แสง สี เสียงนี่อลังฯ ดีมาก แบบว่าถูกใจวัย Cool เมิ่กๆ >o
ดูดิ...มีการเอารถมาวางโชว์ด้วย สีเขียวสดเขียวนะ 555+
และในงานยังมีป้ายสีขาวใหญ่ๆ เอาไว้ให้ผู้ร่วมงานมาเซนต์ชื่อร่วมงานด้วย แจ่มมากๆ
ทำเหมือนพวกงานดาราเลยอ่ะ 555+
![]() อะโช๊ะ!!~นี่ไงคับ ลายเซนต์ป๋ม ^v^
ว่าแต่...ทำไมหน้าตูดูอวบอ้วน ดีจังฟระ แง้ๆๆ
เรื่องอ้วนช่างมันเหอะ...อย่าไปพูดให้อารมณ์เสียเลย -_-*
ในงานก็มีการประกวดเดินแบบด้วย แล้วก็มีน้องๆ แฟนคลับมาแต่งเลียนแบบตัวละครในนิยายด้วย
น้องฝน--> แต่งเป็น "เป๊ปซี่" จากเรื่อง "Bad Boy & Sassy Girl"
น้องเบียร์--> แต่งเป็น "เดียร์" จากเรื่อง "ร้ายอย่างเธอต้องเจออย่างฉัน"
น่าเสียดายอ่ะ...เราเป็น 1 ในกรรมการตัดสิน เลยลืมถ่ายรูป T____T
กรรมการก็มีกันอยู่ 3 คน คือเรา แล้วก็ พี่ตุ๊กตา จากนิตยสาร Seventeen
และก็พี่ผึ้ง จากนิตยสาร A Star (ใช่ป่าวหว่า ???)
ผลสรุปออกมาคือ...น้องเบียร์ได้ที่ 1 ไปครองส่วน น้องฝนได้ที่ 2
(มันแข่งกันอยู่สองคนหรอ ?) 555+ เปล่าๆ แข่งกันเป็นสิบเลย แต่จำได้แค่นี้ไง เพราะแต่งได้เด่นสุดละ
หลังจากนั้นก็มีเล่นเกมส์ที่พวกนักเขียนเป็นคนคิด และเป็นพิธีกรกันเอง
เป็นช่วงแจกของก็ว่าได้ เพราะเตรียมรางวัลกันมาเองโดยเฉพาะเลยงานนี้
พอจบงานก็มีน้องๆ มาขอลายเซนต์อีก (เข้างานก็ขอ จบงานก็ขอ ดีใจนะแต่ว่าเมื่อยมือค่ะ Y_Y)
แล้วก็มีน้องนักอ่านที่น่ารักเอาของฝากจากการไปเที่ยวมาให้ (รุ้สึกว่าไปเช้งเม้งนะ =[]=)
ปลื้มใจมากมายอ่ะ ที่อุตส่าห์คิดถึงเราด้วย >w<
ช็อคโกแลตพี่กินหมดแล้วนะ อร่อยมากมาย คุ้กกี้ก็อาหย่อย อิอิ
หลังจากเซนต์เสร็จ ทักคนนู้น คุยกะคนนี้จบ บก. ก็พาไปเลี้ยงข้าวเย็น
ไปรอบนี้สมาชิกเยอะมาก เพราะนักเขียนมาเยอะ แล้วยังพวกนักข่าวอีก
อ้อ! พูดถึงนักข่าว...เราได้ลงสัมภาษณ์ลง หนังสือพิมพ์ผู้จัดการด้วยล่ะ
ฉบับวันที่ 11 เมษายน 2550 ซึ่งคงไม่มีขายแล้วมั้ง เพราะผ่านมานานละ 555+
จบเรื่องงานหนังสือดีกว่า ต่อมาด้วยวันงานสงกรานต์!!!
ไม่ได้ไปไหนเลย อบผิว นอนอยู่บ้าน เล่นคอมพ์ทั้งวัน =[]=
แป่ว~
มีเล่นวันสุดท้ายของสงกรานต์อ่ะ มาเล่นตอนเย็นๆ แถวบ้านนั่นแหละ
ปีนี้ไม่เจอหนุ่มหล่อ ๆเล้ยยย วัยรุ่นเซ็งว่ะ -*-
Ok. จบเรื่อง สงกรานต์เหอะ เพราะไม่มีอาไรจะเล่า กร๊ากๆๆ
เอาไว้มาอัพใหม่ เมื่อไม่ขี้เกียจ อิอิ ^^
den 8 mars ฉันคงนอนไม่หลับ..ถ้าไม่ได้อัพได 55+![]() spaces นี้อัพตามแต่อารมณ์เจ้าของมากมาย เดวมา เดวหาย 555+
อัพย้อนหลังแล้วกัน...เพิ่งผ่านพ้นวันเกิดมาได้ไม่นานเอง...ได้รับคำอวยพรมากมาย ดีใจจัง^^
แมสเสจจากเพื่อนฝูงก็ส่งมาให้เช่นทุกปี แต่ปีนี้น้อยกว่าเดิม พวกแกคงลืมวันเกิดฉันแล้วใช่มั้ย TT^TT
แต่ไม่เปงไร...เพราะได้รับคำอวยพรอย่างล้นหลามจากเหล่านักอ่านในเว็บเด็กดี ที่น่ารัก
แล้วยังมีน้องๆ ส่งเมล์มาอวยพรให้อีกตะหาก บางคนก็อวยพรให้หลายรอบมาก (กัวมะเหงมั้ง อิอิ)
แถมเพื่อนๆ นักเขียนทั้งสนพ. เดวกันและต่าง สนพ. ก็อวยพรให้ ขอบคุณมากค๊าบบ~
และบุคคลสำคัญ...ก็ยังเอาของขวัญมาให้ด้วย!!!
เปงกระเป๋าที่เจ้าตัวบอกว่า...เลือกอยู่นานมากกกก =[]=
อยากเหงสภาพตอนเดินเลือกจัง 5555+
จบไปอย่างรวดเร็วกับเรื่องวันเกิด...มาต่อด้วยเรื่องชีวิตอันล่องลอยในตอนนี้ดีก่า -*-
ตอนนี้ใกล้จะได้ขับรถเองแล้วนะ เพื่อนฝูง อิอิ...แต่ฝีมือในการขับยังไม่ชัวร์...เลยมิกล้าขับรถที่บ้านออกมาซ่าส์บนท้องถนน =[]=
วันพุธที่จะถึงนี้...ต้องไปสอบใบขับขี่แล้วด้วย จะผ่านมั้ยว้า ???
ไม่ผ่านก้อช่างมันดิ...สอบใหม่ได้ ไม่ซีเรียส 5555+
ใกล้จะถึงวันงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติอีกแล้วนะ"ร้ายอย่างเธอ..ต้องเจออย่างฉัน เล่ม2" วางแผงวันที่ 30 มีนา ในงานเป็นที่แรกเลย
แถมปีนี้ บก. ยังนัดเรียกประชุมพวกนักเขียนเพื่อทำแผนการลับบางอย่าง
ว่าแต่...นึกได้ไงคะพี่โป่ง...แผนที่จาทำในวันงานอ่า
ถ้าวันนั้นเรามาท้ายๆ งานแล้วรีบชิ่งกลับบ้านเลยจะได้ป่าวเนี่ย เหอๆ
แบบว่า...ไม่อยากดังในวันน้านคร่า!!! (ด้านไหนไม่ขอบอก T^T)
เดววันประชุมก็รู้ผลสรุปเองแหละ...ยังมะอยากเครียดเร็ว เดวแก่ไว เอิกๆๆ
ถ้าใครได้ไปงานอย่าลืมแวะทักทายกันด้วยนะจ้ะ ^^
ช่วงนี้ชีวิตยังอิสระ Ooh la la เหมือนเพลงที่เปิดอยู่ 555+ล่าสุดไปเจอเพื่อนที่เซ็นทรัลลาดพร้าว..ไอ้วอร์อ่ะ มันทำงานแล้วนะ เพื่อนฝูง
ไม่ต้องไปพูดถึงบรรดาพวกรีบจบตั้งกะ 3 ปีครึ่ง อย่างไอ้ผึ้ง แนน ตาต้า อ้อ
พวกนี้ก็ได้งานกันหมดแล้ว...และก็มาบ่นว่าเหนื่อยๆๆ ไม่รู้ว่าจะสงสารหรืออิจฉาดีวุ้ย -*-
แบบว่า...ฉันดันอยากฝึกงานเลยเหลือไว้วิชานึง เพื่อลงในเทอม 2
ถ้าไม่ฝึกก็จบไปพร้อมกันแล้ว~ ป่านฉะนี้คงได้งานทำที่ไหนสักแห่ง (จะมีคนรับแกหรอฟะ ?)
เพื่อนฝูง...ไม่เหนื่อยกันบ้งาหรอ จบปุ๊บ รีบหางานปั๊บน่ะ ?
เรายังรู้สึกอยากพักก่อนออกรบอีกรอบเลย...เพราะรู้ว่าการทำงานมันเหนี่อยกว่าการเรียนเฉยๆ
แต่ที่พ่อ+แม่ พวกเราจับยัดเข้าโรงเรียนตั้งแต่เบบี๋ ก็เพื่อรอวันที่พวกเรามีงานทำนี่แหละ
เรียน ทำงาน เก็บเงิน แต่งงาน มีลูก จบ!!!
เหมือนเป็นสูตรตายตัวของรูปแบบชีวิตเลยว่ะ ถ้าจะบอกว่ามันยังไม่จบแค่นั้น ก็ใช่นะ
แต่ถ้าหลักๆ มันก็มีแค่นี้แหละว้า~คนเราเกิดมาเพื่อสู้รบกะปัญหาจริงๆ =_=
เอ๊ะ...ไหงไปๆ มาๆ กลับกลายเปงว่าฉันมานั่งบ่นเนี่ย ???
เริ่มเพ้อเจ้อละ...ไปบรรทมดีก่า
den 16 februari วันที่มีค่า...เวลาที่มีเธอ...![]() หากความว่างเปล่า...หมายถึงการที่ใครบางคนเดินออกจากชีวิตของเราไป
เราก็ไม่อยากจะรู้สึก "ว่างเปล่า" แบบนั้นเลย เพราะมันคงเจ็บปวดไม่น้อย
แต่คนเรา...พบกัน...ก็ต้องมีวันลาจาก...
ไม่มีใครที่สามารถอยู่ด้วยกันได้ชั่วนิจนิรันดร์...สักวันความตายก็ต้องพรากพวกเราออกจากกันอยู่ดี
แม้จะรู้...ว่าการที่พบกัน...ก็เพื่อเดินทางไปถึงวันแห่งการลาจาก...
แต่เราก็ยังอยากจะพบกับผู้คนอีกมากมาย...โดยเฉพาะกับ "เค้า" คนนั้น
แม้วันแรกที่ได้พบ...ได้รู้จัก...จะยังไม่มีอะไรที่พิเศษ
แต่นานนับวัน...เค้ายิ่งกลายมาเป็นคนพิเศษอยู่ในใจไปซะแล้ว
ไม่อยากนึกถึงวันที่เรา "ต้องรู้สึกว่างเปล่า" เมื่อไม่มีเค้ายืนอยู่ข้างๆ เลย
อนาคตเป็นเรื่องที่ยังไม่เกิด...เรารู้...แต่เพราะตอนนี้มีความสุขมาก
จึงกลัว...ว่าวันนึงความสุขที่มีอยู่ มันจะเลือนหายไป...
อาจเป็นเราเอง...ที่ตัดสินใจ ลุกขึ้นยืนแล้วเดินจากมา
หรืออาจเป็นเค้า...ที่ตัดสินใจก้าวออกไปจากชีวิตของเรา
ทุกอย่างมันสามรถเกิดขึ้นได้...แต่นั่นคือเรื่องอนาคตที่ยังมาไม่ถึง
เราเลยคิดและตั้งใจว่า...จะทำทุกๆ เวลาที่มีอยู่ในตอนนี้
สร้างแต่ความทรงจำดีๆ เก็บเกี่ยวแต่สิ่งดีงามเอาไว้จดจำในใจ
หากวันนั้นที่เรากลัวมาถึง...เราจะได้ไม่เสียใจและเสียดาย
ที่ตอนยังมีกันอยู่เราไม่เคยทำเรื่องดีๆ หรือมีความทรงจำดีๆ ให้จดจำเลยสักครั้ง
วันเวลาที่เคยว่างเปล่า.....
หนทางที่เคยเงียบเหงา....
ต่อไปนี้ฉันจะมีเธอเดินเคียงข้าง
คอยเติมเต็มทุกช่วงเวลาให้มีค่า
อย่าเพิ่งผ่านไปเร็วเลยนะ...
อย่าเป็นสายลมที่พัดมาเพียงวูบแล้วผ่านหาย
ฉันหวังว่าเธอจะใช่อากาศที่ฉันตามหา...
และฉันก็หวังว่าฉันจะใช่อากาศของเธอเช่นกัน...
ภาพความทรงจำที่ดีมักจะงดงามอยู่ในใจเสมอ
แต่ภาพความทรงจำร้ายๆ มักจะทำให้ใจเราเป็นแผล
เจ็บปวดทุกครั้งยามที่นึกถึง...แต่ก็ไม่อาจลืมได้ง่าย ๆ
คนเรานี่ก็แปลก...เรื่องดีๆ ในวันที่ยังมีกันอยู่ มีตั้งมากมาย
แต่พอจากกัน...กลับเลือกที่จะจำแต่ความทรงจำแย่ๆ ที่ทำร้ายกัน
ฉันจะไม่จำมันหรอกนะ...กับเรื่องไม่ดีที่เคยผ่านมา
มันเปลืองเนื้อที่หน่วยความจำในสมอง
แต่ฉันจะเลือกจำแต่สิ่งดีๆ ... ที่ทำให้ยิ้มได้ทุกครั้งยามนึกถึง
ไม่ว่าใครก็ตามที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิตจะทำเรื่องแย่ๆ ทิ้งไว้ให้จำก็ตาม
ขอให้รู้ไว้นะ...ว่าฉันไม่จำมันหรอก...เพราะรกสมองสิ้นดี!
แต่สิ่งดีๆ ที่พวกเขาเคยทำไว้ให้...ฉันจะจำมันไม่ลืม
โดยเฉพาะเวลานี้...ที่ฉันมีคน ๆ นึงอยู่ข้างๆ เสมอ
เธอจงรู้ไว้นะ...ว่า"วันที่มีค่า" สำหรับฉัน ก็คือ
"ช่วงเวลาที่มีเธอ" อยู่เคียงข้างกัน...
...we will be together...
den 2 februari สิ้นสุดกันที..ไม่ว่าชาตินี้ชาติหนายย~*!!!ปั่นงานเสร็จแล้วคับ พี่น้องง!!!
หลังจากอดหลับอดนอนมาเป็นเวลาเกือบอาทิตย์นึงเต็มๆ ในที่สุด...
เราก็ปิดต้นฉบับเล่ม 2 เสร็จแว้ววว >O<
ฮือๆๆๆ ดีใจมากมาย รุ้สึกเหมือนเพิ่งคลอดลูกออกมาใหม่ๆ โล่งท้อง สบายตัวมากมาย
(เอ๊ะ...แล้วตูเคยท้องตอนไหนฟะ ???)
โดยเฉพาะวันนี้...ที่เป็นวันสุดท้ายในการส่ง
เราก็โหมปั่นอย่างหนัก ตั้งเป้าให้ได้วันละ 10 หน้า แต่ทำได้จริงๆ ก็แค่ 3 วันท้ายเองอ่า
วันแรกที่สามารถพิมพ์ได้ถึง 10 หน้า เราสุดแสนจะดีใจ
รีบไปโพสต์ไว้บนบอร์ดของ สนพ. เลยล่ะ ไม่ค่อยจะเว่อร์ใช่มะ 5555+
พอวันต่อมาก็ได้อีก 10 หน้า เริ่มชินกับการที่ต้องปั่นตั้งแต่เช้าจรด ตี1-ตี2
ปกติก็นอนเวลานี้แหละ แต่ไม่รู้เปงไร ถ้าพิมพ์งานมันจะง่วงไวทู้กกกที -_-"
มะคืนพิมพ์ไปโดยที่กะว่าจะมาต่อให้จบภายในวันนี้ เพราะเลยกำหนดส่งมานานละ -*-
ตื่นมาตั้งแต่ 9 โมงเช้า ตื่นปุ๊บ! ล้างหน้า+แปรงฟัน แล้วมานั่งพิมพ์งานเลย
ขยันสุดยอดดดด!!!!
แถมช่วงบ่ายมีเรียนตัวนึง ก้อต้องรีบล่กๆ ไปเรียน แล้วก็รีบกลับมาบ้านเพื่อปั่นต่อ
นึกว่าจะเสร็จดึกๆ แต่ที่ไหนได้...4 ทุ่มก็จบเรื่องแล้ว O_O!!!
นู๋ทำด้ายยยยยยยยย!!!
แทบจะลุกขึ้นมาเต้นฮูลาฮูล่า~ แต่นึกขึ้นได้ว่าต้องรีบส่งงานก่อน 55+
จบสิ้นไปสักที...กับเล่ม 2 อันยาวนาน TT^TT
สิ้นสุดกันที~ไม่ว่าชาตินี้ ชาติหนายยย~
ต่อไปนี้จะไม่สะเออะเขียนยาวๆ เป็นเล่ม 1-2 แล้วคับ
กระผมเข็ดกับการปั่นสุดทรหดแบบนี้คับ!!!
ถ้าจะเขียนเรื่องยาว ขอจบเป็นภาคๆ ไปในเล่มเลยดีกว่า ไม่ค้างคาด้วย
เป้าหมายเรื่องต่อไปก็คือ...เอาเรื่องเก่ามาปัดฝุ่นแต่งต่อให้จบนั่นแหละ (แป่ว~)
มีหลายคนรีเควสมาไง...ก็เลยเอาวะ! เอามาต่อให้มันจบเลยก็ดีเหมือนกัน
ถ้าใครพบเห็นหนังสือของเราก็อย่าลืม อุดหนุนกันด้วยนะงับ อิอิ
อ้อ...อีกเรื่องๆ ลืมเล่าไปแน่ะ....
ก็คือ...เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาไม่นาน (จำวันที่ไม่ได้นั่นเอง)
เราไปเล่นเกมส์วัดดวงมาแหละ ไปในฐานะ นักเขียนของเว็บ Dek-D.com
แข่งกะสาวๆ สุดสวยแห่งเว็บ Kapook.com
มันเล่นเอาความสวยมาฆ่ากันเหงๆ เลยนิหว่า...แล้วตูจาเอาอาไรไปสู้ฟะ!
ผลเปงยังไงยังไม่เล่าดีกว่า...เหงเค้าบอกว่าจะออกอากาศในวันที่ 3 มีนา ช่อง 5
เวลาไม่รุ้อ่ะ จำไม่ได้...ถ้าใครได้ดูก็คงจาเหงเองแหละ 555+
แว้กกกกกกกก!!!
ตี 2 อีกแว้วว นี่ขนาดปั่นงานเสร็จตั้งแต่ 4 ท่มแล้วนะ โฮ~
ขอบตากลายเปงหมาแพนดี้อีกแล้วอ่า TT^TT
พรุ่งนี้มีนัดไปสัมภาษณ์งานซะด้วย...ขอให้ได้งานนี้เหอะว้า~!
สาธุ! เพี้ยงๆๆๆๆ >/l\<
den 16 januari ไปงาน TGS มามะวันอาทิตย์แต่งคอสเพลย์~!!!
โหย....ก่อนอื่นขอบ่นว่าอย่างเหนื่อยเลยช่วงเน้ งานเยอะวุ้ย!!!
นิยายก็ยังปิดเรื่องไม่ได้ ต้องเอาให้ทันงานหนังสือเดือนมีนาด้วย เครียดโว้ย!!!
พอ...จบ...เลิกบ่นละ
มาเล่าเรื่องที่ไปงาน TGS มะวันอาทิตย์ที่ 14 มกรา นี้ดีก่า
แรกเริ่มที่รุ้ข่าวคือจากหน้าเว็บเกมส์ออดิชั่น เนื่องจากสะดุดกับภาพคนแต่งคอสเพลย์
พอกดเข้าไปอ่านข่าวสารปรากฏว่ามันมีการประกวดด้วย!
แต่ไอ้วันที่อ่านน่ะมันใกล้ปิดรับสมัครแล้วไง ถ้ามีชุดนะจาลงแข่งด้วยละ 555+
พอรุ้ว่ามันจะมีงานเกมส์ระดับประเทศก็คิดเลย ว่าตูต้องไปให้ได้!!!
แต่ไปเดินเฉยๆ มันคงน่าเบื่อ ก็เลยนัดกะฟุคุจัง แต่งคอสไปเดินเล่นกันดีก่า อิอิ
แต่ด้วยเวลาที่กระชั้นชิด ทำให้หาเสื้อแขนกุดแบบมิสะไม่ได้อ่า
ก็เลยเอาที่มีแก้ขัดไปก่อง (แต่ก็ยังจาแต่งอีกนะ คนเรา -_-")
พอถึงวันงานเราก็นัดเจอกะเพื่อนก่อนแล้วต่อรถไฟใต้ดินไปด้วยกัน
แต่พอถึงงานนี่ดิ...อุแม่เจ้า! นี่คนหรอวะ ทำไมมันเยอะยังกะมีขบวนประท้วงเนี่ย ???
แถมมาได้จังหวะดีมั่กๆ พอเดินมาถึงฝั่งตรงข้ามกะประตูทางเข้า มันก็ดันประกาศว่า
"ขออภัยผู้เข้าร่วมชมงาน เนื่องจากตอนนี้การไฟฟ้ามีเหตุขัดข้องจึงทำให้ไฟดับ
ขอให้ผู้ที่เพิ่งเดินทางมาถึงโปรดรอด้านหน้างานก่อน ขอบคุณค่ะ"
จบข่าว......
นี่ตูต้องรอเข้างานอีกหรอเนี่ย ???
เราก้อเลยนั่งทาเล็บให้ฟุคุจังเปงการฆ่าเวลา (ฆ่ามันให้ตายเลย แค้นค่า!)
สักพักมันก็เปิดประตูให้เข้างานได้ คนรีบไปต่อคิวกันใหญ่ เราเลยเดินไปอีกทางนึง
แต่ปรากฏว่า...คิวยาวไม่ต่างกันเลยว่ะ -_-^
สรุป....กว่าจะได้เข้าไปในงาน ล่อไปบ่ายโมงทั้งๆ ที่มาถึงตอนเที่ยง!
พอเข้างานได้ปุ๊บสิ่งแรกที่ทำก็คือไปแต่งตัว 5555+
แล้วบุ้งลิงน้องรักก็โทรมาหาบอกว่าจาเอาเสื้อโลลิต้าสีชมพูปิ๊งๆ มาให้
แต่สุดท้ายไม่ได้ใส่ เพราะว่ากระโปรงไม่เข้ากันอ่ะ ฉันใส่แบบเดิมดีละ
ฟุคุมันชอบเสื้อมาก แต่ก็ใส่ไม่ได้เพราะกระโปรงไม่เข้ากันอีก แป่ว~
ผลที่ออกมาก็เปงแบบนี้แหละคับ ตูเปงมิสะ ที่โคตรจาแมนเลยอ่ะ 555+
ถ่ายกะเนียร์คุงผู้น่าร๊ากก
ภาพนี้ทีแรกเนียร์คุงมาขอถ่ายด้วย เราก็ถ่ายด้วยกันไปๆ มาๆ มาจากไหนกันม่ายรุ้ มารุมถ่ายกันใหญ่เลยทีนี้ ลุกไม่ได้ซักที เมื่อยขา! เหน็บกิน!!!
ยมทูตเรม & มิโซะ มิโซะ 555+
ชอบภาพนี้มากเพราะดูมันเข้ากะเรื่องพอดี คนคอสเปงยมทูตเรมลงประกวดด้วย อ้อ...เรามีการยึดเดดโน้ตมิสะตัวจริงมาถือด้วย กร๊ากๆๆ
ภาพเน้~นู๋เอ็ม (สาว Ro girl) มาในชุด Arin เกมส์ปังย่า ได้เจอเอ็มด้วย ตัวจิงน่ารักเหมือนในรูปเลย เค้าแอบปิ๊งตัวนะรุ้มั้ย
พอถ่ายด้านนอกกับพวกที่แต่งคอสจนพอใจถึงเพิ่งได้รู้ตัวว่ามันบ่าย 3 โมงแย้วว! ดูเหล่าตัวละครคอสเพลย์เพลิน จนลืมเข้าไปดูในงานเลยอ่ะ 555+ เราก็เลยยกขบวนกันเข้างานโดยมี เรา ฟุคุจัง บุ้งลิง และบุคคลปริศนา ? ในงานแสงสีตระการตามาก บูธออดิชั่นใหญ่โคดอ่า @_@ จุดมุ่งหมายคือเล่นเกมเพื่อล่ารางวัลที่บูธออดิชั่น!!! แต่ยืนเข้าแถวตั้งนานพอถึงคิวแข่ง ของรางวัลกลับไม่แจ่มเลยวุ้ย -*- ที่หนึ่งได้กระเป๋าสกรีนว่า Audition ที่เหลือได้ดินสอกะโค้ดหน้าแบ๊ว แค่นั้นอ่ะ -_-^ ตูยืนรอคิวจนเมื่อย ได้มาแค่เนียะ ??? แต่บนเวทีก็มีการเล่นเกมแจกของ (เราไม่ได้เพราะรอต่อคิวแข่ง -*-) มีการโชว์เต้นบีบอย และก็แสดงสดของวง play ground (ไม่ได้อยู่ดูอีกแหละ) พอแข่งเต้นเสร็จเราก็ออกจากบูธมาทันทีด้วยความเซ็งจิต!!! ไปเดินดูบูธต่างๆ รอบงานต่อ อะโห~พริตตี้แต่ละบูธสวยบาดจิต เอ็กซ์บาดใจมั่กค่า >O< แต่เสียดาย...ไม่ได้เจอกะมิจัง (ไม่ได้รู้จักกะเค้าหรอก แต่ไปอ่านเสปซเค้าแล้วชอบที่เค้าน่ารัก 55+) แล้วก็ต้องรีบออกจากงานเพราะฟุคุต้องไปขึ้นรถกลับชลบุรี (ทุ่มทุนมากมายมาไกลจากชล) ก็ไปส่งที่เอกมัยแล้วเราก็กลับบ้านตามเวลาที่เด็จแม่กำหนด =_=
สรุปโดยรวม....งานนี้จัดได้ตระการตา และรวมได้ทุกเกมส์ดีมาก เพียงแค่บูธน้อยไปหน่อยอ่ะ รู้สึกว่าเดินงานไม่ค่อยสะใจเลย อะหุ ใครที่ได้ไปมาก็คงติดตาต้องใจกับเหล่าพริตตี้แน่นอน แล้วยังตระการตากับเหล่าคอสเพลย์ด้วย 55+
แล้วไว้พบกันใหม่ในงานหน้า (ถ้าไป) นะงับ
PS. ได้เวลาปั่นงานอย่างบ้าคลั่งเพื่อให้ทันงานหนังสือซะแล้วเรา ช่วงเน้คงจางดออน MSN หรือถ้าออนก็คงจาไม่ว่างตอบใครหรอกนะ ไม่ใช่ว่าหยิ่งแต่คนมันมีงานต้องทำเฟร้ย!!!
den 2 januari หวาดดีปีใหม่จ้า![]() ![]() ![]() ![]() Happy New Year 2007 Ja!!!
ปีหมูทองแย้ววว~
ก็ขอให้เพื่อนๆ ทุกคนมีฟามสุขมั่กๆ หวังสิ่งใดขอให้ไม่แห้ว!
รักใครแล้วขอให้สมหวัง เกลียดใครก็ให้อภัยมัน รักกันแล้วขอให้ยั่งยืนนานๆ
ขอให้พบเจอแต่คนดีๆ เรื่องดีๆ เข้ามาในชีวิตทุกๆ วันนะ
![]() ![]() ![]() ฉลองปีใหม่แบบเดิมๆ ด้วยการอยู่ฉลองที่บ้านกับบรรดาญาติ ๆ -_-"
แต่ดีแล้วล่ะที่ปีนี้ไม่ได้อยากไปไหน เพราะเกิดการวางระเบิดทั่วกรุงซะแบบนั้น
แม่ง...คนไทยป่าวฟะ! ทำกันได้นะ ไม่ได้รู้จัก ไม่ได้โกดเคืองกันมาก่อนเล้ยยย
ทำให้ชาติชิบหายอีกตะหาก ไอ้พวกเน้ สมควรโดนลากตัวมาตัดแขนทิ้งให้หมด!!!
ทำคนอื่นเค้าซวยไปตามๆ กัน สะใจมันมากมั้ยนั่น ทำให้ชาติโดนประนามว่าบ้านป่าเมืองเถื่อน!
โอ้ย! พูดเรื่องเน้ แล้วเซ็งจิต ไม่รุ้ว่าจิตสำนึกพวกมันจะมีกันรึป่าว ?
เอาเหอะ...กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นย่อมตามสนอง
วันเน้...ปายตัดผมหน้าม้ามา...สั้นอีกแว้ว -_-a
กะจาไว้ให้มันยาวๆ แล้วจาเปลี่ยนทรงผมซะหน่อย เหอๆๆ
แต่ในที่สุดก็ทนไม่ได้ แป่ว~
แต่ก็ยังไม่รุ้ว่าจาเอาทรงอาไรดีอ่ะนะ รอบเน้ ???
จะตัดหน้าม้าเปงสามเหลี่ยมก็เกรงใจแม่อ่ะ
เดวรับไม่ได้ขึ้นมาโดนตัดออกจากกองมรดกจะซวยเอา 555+
ปีหน้าก้อรับปริญญาละ...เลยกะว่าจาไว้ให้มันยาวๆ หน่อย เพื่อสวยกะเค้าบ้าง
ใครอยากมาร่วมแสดงความยินดี ก็อัญเชิญนะคะ อิอิ
แล้วนี่เราว่างหรอฟะ ???
ได้ข่าวว่าต้องส่งต้นฉบับก่อนวันที่ 10 มกรามิใช่รึ ถึงจะทันออกเดือนมีนา -*-
อยากจะบ้าตาย...ไอ้นิสัยไม่มีอารมณ์อยากทำ จะทำไม่ได้เนี่ย เราชักเกลียดมันแล้วสิ
ไม่ได้อยากจะเปงแบบเน้เลยนะ แต่มันเปงไปแล้ว TT^TT
และพรุ่งเน้ ก็ต้องเริ่มไปทำงานอีกละ...ทั้งๆ ที่มีข่าวว่ามันจะวางบึ้มรอบสอง
แม่ก็กลัวเราจะซวยใหญ่ กัวลูกสาวสุดที่รักโดนลูกหลงไปด้วยซะง้าน
อีกเดือนเดวก็จะฝึกงานจบแระ...ดีใจจัง
ช่วงเน้ไม่หนาวแล้วอ่า...เซ็งปื้ด!!!
เราชอบอากาศหนาวๆๆ เกลียดหน้าร้อนชะมัด -*-
อีกไม่กี่เดือน...ก็จะวันเกิดเราแล้วนิหว่า O_O!!!
กรี๊ดดดดดดดดดดด
แก่ขึ้นอีกปีแล้วหรอตู ฮือๆๆๆ ไม่อยากยอมรับฟามจิงเลยวุ้ย T^T
ปีนี้เปงปีครบรอบซะด้วยสิ วันที่เกิดกับวันเกิดตรงครบรอบพอดี อิอิ
งั้นก็ต้องทำอะไรให้มันดีกว่าทุกปีสินะ...ไปทำบุญ 9 วัดดีก่า โอ้เย้!
![]() ปีนี้จาได้อารัยเปงของขวัญน้า....ตื่นเต้ลลล >_<
เฮ้ย! เพื่อนๆ ตัวแสบของเรา ใครหลงมาอ่านแล้ว ห้ามลืมวันเกิดฉันนะเฟ้ย
ห้ามลืมวันเกิดแล้วก็ห้ามลืมของขวัญด้วยล่ะ (อันเน้สำคัญ อิอิ)
ส่วนใครที่เรามะมีโอกาสเจอกัน ก็ส่งแค่คำอวยพรมาก็ได้นะงับ ^^
ป๋มรักทุกคนเล้ยยยย
หากไม่มีฉันเธอจะยังยิ้มได้มั้ย ?
หากขาดฉันไปเธอจะยังรักใครได้รึเปล่า ?
หากพรุ่งนี้ฉันห่างหาย เธอจะเศร้าเสียใจมั้ย ?
หากเราไม่ได้เจอกันเธอจะคิดถึงฉันมั้ยเธอ...?
den 15 december บ่นยาว -_-a
den 14 november FoR SomeOnE...รู้สึกบ้างไหม...ทำไมเดี๋ยวนี้เราไม่ค่อยยอมกัน ไม่ค่อยแคร์กันเท่าไร
รู้สึกบ้างไหม...ทำไมเดี๋ยวนี้เดินไม่ค่อยจูงมือ ไม่เชื่อถือในคำพูดกัน
*เหมือนรักเรากำลังอิ่มตัวแล้ว...ฉันว่าเราควรอย่าพบกันพักนึง
อยู่อย่างเหงา-เหงา เราคงจะได้รู้ ขาดกันไปจะทนได้มั้ย หากไม่มีกันอยู่
อยู่อย่างเหงา-เหงา บางทีจะได้รู้ หากมีใครบางคนเข้ามาจะได้ลองคิดดู
ว่าใจเราต้องการเค้ามั้ย...หรือว่าใจยังคงโหยหา อยากกลับมาเพื่อรักกันเหมือนเดิม
แค่ห่างกันดูให้เธอรู้ไว้...มันไม่ใช่เลิกกัน แค่ให้ถอยไปปรับตัว
ถ้าหากยังมัวมาเจอซ้ำ ๆ ทำทุกวันเหมือนเดิม ยิ่งซ้ำเติมในรอยหมางกัน
(*)
เข้าใจแล้วที่เธอรู้สึก...เข้าใจแล้วทุกๆ อย่าง แต่ฉันก็ยังไม่อาจจะรักเธอ
อยากให้เธอทิ้งความรู้สึก เปลี่ยนใจที่มีให้กัน...เปลี่ยนฉันให้เป็นแค่เพียงเพื่อนของเธอ
แม้จะลองเปิดใจให้เธอได้เข้ามา...เจ็บที่รู้ว่าฉันก็ยังไม่รักเธอ
สบตาเธอก็รู้เสมอว่าเธอนั้นยังเฝ้ารอ...อยากจะขอให้เธออย่าทำแบบนี้เลย
ผ่านมานาน เนิ่นนานเท่าไร ทำไมไม่ยอมตัดใจ อย่าทำร้ายหัวใจตัวเองเพื่อฉันเลย
ขอบใจเธอทุกความรู้สึก ที่เธอให้มาทุกอย่าง แต่ฉันนั้นคงไม่อาจเป็นเพื่อนใจ
อยากให้เธอหันมองคนอื่น หัวใจของเธอมีค่า...อย่าบอกว่าเธอจะไม่ยอมรักใคร...
...อย่าบอกว่าเธอจะไม่ยอมรักใคร...
อนาคตคือสิ่งที่เรากำหนดเอง...หรือว่าใครกำหนด ?
เรื่องนั้นฉันไม่รู้หรอก เพราะสำหรับฉัน...ชีวิตของฉันก็อยากจะขอกำหนดเอง
แม้ว่าบางครั้งเราไม่อาจเลือกทางเดินได้
แต่ผลสุดท้ายคนที่ตัดสินใจทำตามความต้องการของคนอื่นก็คือเราอยู่ดี
เหมือนกับเรื่องระหว่างคนสองคน...
จะเดินเคียงข้างกันหรือว่าปล่อยมือแล้วแยกทาง
แม้อาจมีเหตุผลรอบข้างที่ทำให้เกิดความไขว้เขว ไม่แน่ใจจนรู้สึกท้อ
แต่ถ้าเรามัวแต่มองด้านลบ มัวแต่เกรงใจคนอื่น ทั้งๆ ที่มันคือเรื่องของเรา
สุดท้ายแล้ว...ก็คงต้องโบกมือลา แยกทางกับคนที่คุณ "เคย" รัก อย่างแน่นอน
แต่นั่นไม่ใช่เพราะคนอื่นมากำหนดทางเดินชีวิตคุณ
แต่เป็นเพราะคุณไมมั่นใจที่จะกำหนดทางเดินของตัวเองมากกว่า
คุณถึงยอมให้คนอื่นเป็นผู้กำหนด มีอิทธิพลเหนือการตัดสินใจของคุณเอง
ลองถามใจตัวเองให้ดี...ว่ารักครั้งนี้ คุณให้ความสำคัญกับมันแค่ไหน ?
หากเป็นเพียงแค่รักเล่น ๆ ผ่านมาแล้วผ่านไป
คุณก็อย่าลังเลที่จะเปลี่ยนทิศทางสายลมในใจให้พัดไปทางอื่นเลย
ยิ่งอยู่นานเดี๋ยวยิ่งจะผูกพัน จนไม่อาจแยกจากมาได้ง่าย ๆ
หากรู้สึกว่ารักครั้งนี้ยังไม่ใช่อย่างที่ตามหา
ก็จงพัดผ่านไปซะ...ไม่ต้องไปสนใจน้ำตาของคนเบื้องหลังหรอก
...เพราะเดี๋ยวเค้าก็มีทางเดินของเค้าเอง...
แต่ถ้าคุณรู้แล้วว่ารักครั้งนี้คือสิ่งที่คุณรอคอยมานาน
จงดูแลรักษาเค้าให้ดี อย่าทำให้รักของคุณต้องเจือจาง
การดูแล ใส่ใจ ห่วงใย คือการถนอมรักเอาไว้ได้นานที่สุด
ไม่ใช่เพียงคำพูดปากเปล่า...แต่ต้องแสดงการกระทำให้เห็นด้วย
มิเช่นนั้นแล้ว...เค้าจะรู้ได้อย่างไรว่าคุณรักเค้ามากแค่ไหนกัน ? den 11 november My sTorY (เรื่องของตูนั่นเอง) |
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| Mer... | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|